บิ๊กเน

“บิ๊กเน” เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ความเคลื่อนไหวทัพนักเตะ ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หลังบุกไปพ่ายให้กับ เซเรโซ โอซาก้า ทีมดังประเทศญี่ปุ่น แบบขาดลอย 0-4 ในศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2014 รอบแบ่งกลุ่มอี นัดที่ 3 เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ตอนสถาการณ์ของทีม ปราสาทสายฟ้า ที่ลงแข่งขันไปแล้วทั้งหมด 3 นัด มีเพียงแค่ 1 คะแนน หล่นมาอยู่อันดับบ๊วยของตารางกลุ่มอี

ล่าสุดทัพนักเตะ ปราสาทสายฟ้า ได้เดินทางกลับประเทศไทย ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน ทีจี 623 โดยใช้เวลาบินกว่า 6 ชั่วโมง จากสนามบินนานาชาติ คันไซ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ถึงประเทศไทย เวลา 15.10 น. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะเดินทางเข้าแคมป์ที่พัก และเตรียมประชุมทีมพร้อมกับลงฝึกซ้อมในวันพรุ่งนี้ (20 มี.ค.57)

โดย “บิ๊กเน” เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวเพียงสั่นว่า เราต้องกลับไปแก้ไขความผิดพลาดทั้งหมดให้ได้ และพรุ่งนี้ต้องเริ่มต้นซ้อม ต้องทำให้ดีที่สุดทุกแมตช์ เพราะมีผลแรงกิ้งของสโมสรด้วย ต้องกลับไปดูเทปคู่ต่อสู้ว่าเขาเล่นอย่างไร ซึ่งทางเราจะได้ปรับตรงจุดไหน แต่ผมเชื่อด้วยการแพ้มาครั้งนี้ ทีมเราไม่มีทางท้อแน่นอน และเตรียมตัวจะเริ่มใหม่ให้ได้ในเกมต่อไป

ส่วนควันหลงเกมแข่งขัน “กัปตันกบ” สุเชาว์ นุชนุ่ม กล่าวว่า ยอมรับว่าเขาก็เล่นดี และเขาก็ได้ประตูเร็วในช่วงต้นเกม แต่หากว่าเราจะหวังเข้ารอบต่อไปนั้น ในเดือนหน้าวันที่ 2 เม.ย.นี้ เราเล่นในบ้านต้องเอาชนะและเก็บ 3 แต้มให้ได้หากหวังจะเข้ารอบต่อไป และต้องขอโทษแฟนบอลบุรีรัมย์ฯ และแฟนบอลชาวไทยทุกคนที่ทีมไม่สามารถเก็บชัยชนะได้ในเกมนัดนี้ และหลังจากนี้ผมก็เชื่อว่าอีกไม่นานทีมเราจะกลับมาโชว์ฟอร์มได้อย่างเดิมแน่ นอน

ด้าน “เจ้าเอ็ม” อนาวิน จูจีน กล่าวว่า ตอนนี้เราทีมเรามีสภาพจิตใจค่อนข้างย้ำแย่ หลังไปแพ้ในเกมนัดนี้ แต่อีกไม่นานทีมเราต้องมากลับมาเหมือนเดิมให้ได้ ซึ่งก็ต้องรอวันที่จูนกันติดอีกครั้ง ส่วนเกมที่เหลืออยู่นั้น เราก็ต้องเน้นและเล่นกันเต็มที่ และถ้าเป็นไปได้การเก็บแต้มนัดสำคัญอีก 3 นัดที่เหลือได้ ทีมเราก็น่าจะมีโอกาสเข้ารอบต่อไปได้เหมือนปีที่ผ่านมา

ส่วน ไค ฮิราโนะ แข้งแดนปลาดิบของเซราะกราว กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถช่วยทีมเก็บชัยชนะได้ แต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมองย้อนกลับไปในเกมที่ผ่ามมา แต่ผมเชื่อว่าบุรีรัมย์ฯ ก็ยังมีโอกาสเข้ารอบอยู่และเกมที่เหลือเราต้องมุ่งมั่นต่อไป เพื่อให้ทีมเราลุ้นเข้ารอบต่อไปให้ได้

สำหรับคิวลงสนามเกมต่อไปของ ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะออกไปเยือน กระต่ายแก้ว บางกอกกล๊าส เอฟซี ณ สนามลีโอ สเตเดี้ยม ในศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก วันที่ 23 มี.ค.57 และจะเปิดบ้านในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2014 กลุ่มอี นัดที่ 4 รับการมาเยือนของ เซเรโซ โอซาก้า ในวันที่ 2 เม.ย.นี้

เครดิต http://sport.mthai.com/football-thai/196532.html

1975243_434289710008070_531968449_n

Sky Sport สื่อดังจากเกาะอังกฤษหยิบยกสถิติที่น่าเหลือเชื่อของกุนซือไร้กึ๋น เดวิด มอยส์ นั้นมีสถิติการคุมทีม 2 ซีซั่นล่าสุดในศึกพรีเมียร์ ลีัก หลังผ่านไป 29 นัด มีประตูได้ ประตูเสีย และจำนวนแต้มที่เท่ากันเป๊ะ!

โดยในซีซั่น 2012-13 เดวิด มอยส์ ที่ยังคุมทีม เอฟเวอร์ตัน ลงแข่งขันผ่านไป 29 นัดในพรีเมียร์ ลีก ทำประตูคู่แข่งได้ 46 ประตู และเสียประตู 35 ประตู และมีคะแนน 48 แต้ม

ซึ่งประตูได้ ประตูเสีย และจำนวนแต้ม เมื่อซีซั่นที่แล้วหลังผ่าน 29 นัด ที่ เดวิด มอยส์ ทำได้นั้นดันเท่ากันเป๊ะกับซีซั่นนี้ โอ้ว มาย ก็อด!!!

นั่นเท่ากับว่า หากเรื่องบังเอิญนี้ยังดำเนินต่อไป ซีซั่น 2013-14 แมนฯ ยูไนเต็ด จะจบในอันดับที่ 6 ของตารางคะแนน และมีคะแนนที่ 63 แต้ม เหมือนกับเอฟเวอร์ตัน ในซีซั่น 2012-13

เครดิต http://sport.mthai.com/football-inter/196472.html

Untitled-2

งวดเต็มทีใกล้สุกเต็มแก่แล้วสำหรับโปรแกรมศึกพรีเมียร์ ลีก ในซีซั่น 2013-14 ที่ตอนนี้เหลือโปรแกรมไม่ถึง 10 นัด กับ 4 ทีมสุดท้ายผู้ท้าชิง เชลซี ลิเวอร์พูล อาร์เซน่อล และแมนฯ ซิตี้ ที่สถานการณ์ตอนนี้ระทึกใจแฟนบอลเหลือเกิน โดยจ่าฝูงตอนนี้เป็นทีมคนรวยจากกรุงลอนดอน เชลซี นำอยู่ที่ 66 คะแนน กับโปรแกรมที่เหลืออีก 8 นัดสุดท้าย

ส่วนรองจ่าฝูงเป็น ลิเวอร์พูล ยอดทีมที่ห่างเหินจากแชมป์สูงสุดมานานหลายทศวรรษ กับโปรแกรมที่เหลืออีก 9 นัด มีอยู่ 62 แต้ม เท่ากับ อาีร์เซน่อล ที่อยู่ในอันดับ 3 แต่ลูกได้เสียของ ลิเวอร์พูล นั้นดีกว่า ส่วนอันดับ 4 เป็นทีมโคตรรวยจากเมืองแมนเชสเตอร์ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ ที่ยังเหลือโปรแกรมมากกว่าทีมอื่นถึง 11 นัด แต่มีแต่มตามหลัง เชลซี อยู่เพียง 6 แต้ม

Untitled-1

โปรแกรมที่เหลือของ 4 ทีมลุ้นแชมป์

เราข้ามมาเช็คโปรแกรมของ 4 ทีมลุ้นแชมป์ซีซั่นนี้กันก่อนว่าจะต้องประสบพบเจอคู่แข่งที่แข็งแกร็งเพียง ใด มาเริ่มกันที่ เชลซี โดย 8 นัดที่เหลือนั้น เริ่มด้วยเกมกับ อาร์เซน่อล ในศึกลอดนดอนดาร์บี้แมตช์ ในวันที่ 22 มีนาคม ณ สนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ ซึ่งเป็นทีมลุ้นแชมป์ด้วยกัน และพักอีก 1 สัปดาห์เต็มเพื่อไปเยือน คริสตัล พาเลซ ที่กำลังหาเเต้มเพื่อลุ้นหนีตกชั้น ก่อนจะกลับมาเล่น ในบ้านเจอกับ สโต๊ค ซิตี้ ที่ไม่มีลุ้นอะัไรแ้ล้วรั้งอยู่ในอันดับที่ 11 ของตาราง

เข้าสู่ช่วงวันสงกรานต์ เชลซี มีคิวไปเยือน สวอนซี ซิตี้ ที่สถานการณ์หนีการตกชั้นนั้นยังไม่เฟิร์ม 100% และพัก 7 วันเปิดบ้านทำศึกกับ ซันเดอร์แลนด์ ที่กำลังดิ้นรนหนีตกชั้นที่บ้านสแตมฟอร์ดบริดจ์ ก่อนจะมีเกมสำคัญช่วงสิ้นเดือนบุกไปเยือนแอนฟิลด์เพื่อพบกับ ลิเวอร์พูล ทีมลุ้นแชมป์ด้วยกัน ส่วนช่วง 2 นัดสุดท้าย จะเจอกับทีมโซนหนีตกชั้นทั้ง นอริช และ คาร์ดิฟฟ์

ซึ่งลองวิเคราะห์ดูแล้ว 8 นัดของ เชลซี จะต้องเจอกับทีมใหญ่ 2 นัด (อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล) และัทีมที่ยังไม่ปลอดภัยจากการตกชั้นถึง 4 นัด มองดูแล้ว เชลซี ก็มีงานหนักพอสมควรเพราะทีมลุ้นแชมป์ด้วยคงไม่ปล่อยให้ เชลซี เก็บชัยได้ง่ายๆ ส่วนทีมหนีตกชั้นก็วิ่งสู้ฟัดอยู่แล้ว

article-2582550-1AFA778100000578-909_634x475

ข้่ามมาดูทีมขวัญใจชาวไทยกันต่อเริ่มต้นสัปดาห์นี้ด้วยเกมเยือนกับ คาร์ดิิฟฟ์ ต่อด้วยเปิดบ้านเจอกับ ซันเดอร์แลนด์ และสเปอร์ส ซึ่ง 3 นัดดังกล่าว ลิเวอร์พูล จะลงเล่นในเวลา 8 วัีนเท่านั้นทำให้สภาพนักเตะอาจจะกรอบและไม่สมบูรณ์เต็ม 100%

ส่วนในเดือนเมษายน ลิเวอร์พูล จะประเดิมด้วยการไปเยือน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และต่อด้วยเปิดบ้านรับมือ แมนฯ ซิตี้้ ต่อเนืองในอีก 7 วันต่อมาบุกไปเยือนทีมนอริช และได้พักอีก 1 สัปดาห์เพื่อเจอศึกใหญ่กับ เชลซี ในแอนฟิลด์ และโปรแกรมสองนัดสุดท้าย ลิเวอร์พูล จะต้องไปเยือนทีมหนีตกชั้นอย่าง คริสตัล พาเลซ และปิดท้ายกับทีมกลางตาราง นิวคาสเซิ่ล ที่เหลือลุ้นพื้นที่ยูโรป้า ลีก

เมื่อลองวิเคราะห์โปรแกรม 9 นัดที่เหลือของ ลิเวอร์พูล นั้นจะเหลือเจอกับทีมใหญ่อีก 3 เกม (สเปอร์ส แมนฯ ซิตี้ เชลซี) ซึ่ง ลิเวอร์พูล ได้เล่นในแอนฟิลด์ ทั้งหมด ส่วนเกมเยือนที่น่าเป็นห่วงคือเกมกับ นอริช และ คริสตัล พาเลซ ซึ่งทั้งสองทีมกำลังลุ้นหนีตกชั้นทั้งคู่

article-2582550-1C58FAB600000578-688_634x422

มาต่อกันทีทีมแกร่งจากเมืองหลวง อาร์เซน่อล จะเหลือโปรแกรมอีก 9 นัดเท่ากับ ลิเวอร์พูล เปิดหัวด้วยเกมไปเยือน เชลซี และกลับมาเฝ้ารังอีก 2 เกมเจอกับ สวอนซี และ แมนฯ ซิตี้ ซึ่งใน 3 เกม ช่วงสิ้นเดือนมีนาคม อาร์เซน่อล จะลงแข่งภายในสัปดาห์เดียว

ข้ามมาดูเดือนเมษายนจะประเดิมด้วยเกมไปเยือน เอฟเวอร์ตัน และต่อด้วยเล่นในบ้านกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก่อนพักอีก 4 วัน เพื่อไปเยือน ฮัลล์ ซิตี้ ที่อันดับตอนนี้ยังไม่ปลอดภัยจากโซนตกชั้นเท่าไหร่ และปิดท้ายเดือนเมษายนกับ นิวคาสเซิ่ล ส่วนโปรแกรมสองนัดสุดท้าย อาร์เซน่อล จะเหลือโปรแกรมพบกับทีมที่พ้นโซนแดง อย่าง เวสต์บรอม (ในบ้าน) และ นอริช (ไปเยือน)

เมื่อลองวิเคราะ์ห์ดูแล้ว อาร์เซน่อล จะมีโปรแกรมที่หนักแค่ช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้เท่านั้น ส่วนนัดที่เหลือเป็นทีมจากกลางตารางทั้งนั้น ซึ่งหากแนวรับ อาร์เซน่อล ยังเหนียวแน่นเหมือนในหลายๆเกมที่ผ่านมา โอกาสการเข้าวินเป็นแชมป์ก็มีเปอร์เซนต์สูงเช่นกัน

article-2582550-1C58FC8D00000578-25_634x404
.

ปิดท้ายด้วยทีม แมนฯ ซิตี้ ที่ยังมีโปรแกรมในมือเหลือมากที่สุดอยู่ 11 นัด แต่ถึงตอนนี้ แมนฯ ซิตี้ นั้นไม่เหลือถ้วยอื่นให้ลุ้นอีกแล้วเหลือแค่แชมป์พรีเมียร์ ลีก เท่าัั้นั้น โดยโปรแกรมต่อไปจะต้องเปิดบ้านเจอกับทีมหนีตกชั้น ฟูแล่ม และพัก 4 วันเพื่อทำศึก แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่โอลด์แทฟฟอร์ด และอีก 4 วันถัดมาจะทำบิ๊กแมตชกับ อาร์เซน่อล ที่สนามเอมิเรตส์ สเตเดียม

ส่วนโปรแกรมในเดือนเมษายน เดือนที่ร้อนที่สุดของไทย แมนฯ ซิตี้ ก็ร้อนใช่ย่อย ประเดิมด้วยเปิดบ้านพบกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ที่กำลังลุ้นโควต้ายูโรป้าลีก และบิ๊กแมตช์วันสงกรานต์กับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่แอนฟิลด์ และต่อด้วยเปิดบ้านเจอทีมหนีตกชั้นกับ ซันเดอร์แลนด์ และเวสต์บรอมวิช ก่อนจะปิดท้ายเดือนแห่งความร้อนกับ คริสตัล พาเลซ ที่กำลังหนีตกชั้นอีกหนึ่งทีม

ข้ามาดู 3 เกมสุดท้ายภายในเวลา 10 วัน บุกไปเยือน เอฟเวอร์ตัน ต่อด้วยเปิดบ้านเจอแอสตัน วิลล่า และปิดท้ายฤดูกาลกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และหากวิเคราะห์ แมนฯ ซิตี้ จะมีปัญหาที่โปรแกรมที่แน่นเวลาพักเกมต่อเกมนั้นเสียเปรียบที่สุดกับอีก 3 ทีมที่เหลือ


Hull City v Manchester City - Premier League

* ด้วยใจเป็นกลาง ติช เต ฉ่อ มองดูภาพรวมแล้ว แมนฯ ซิตี้ เป็นทีมที่มีโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก มากที่สุด ถึงแม้่ว่าจะเสียเปรียบเรื่องโปรแกรมที่อัดแน่นมีเวลาพักน้อย แต่ด้วยกำลังพลที่มีสับเปลี่ยนกันได้ในทุกตำแหน่ง ส่วนอันดับสอง ติช เต ฉ่อ มองว่า ลิเวอร์พูล มีสิทธิ์คว้าอันดับสองมากที่สุดเพราะเกมบิ๊กเเมตช์กับ เชลซี และ แมนฯ ซิตี้ นั้นเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ ที่บอกเลยว่า ณ ชั่วโมง ลิเวอร์พูล แข็งแกร่งมากในแอนฟิลด์ ส่วนอันดับ 3 มองว่าเป็น เชลซี และโควต้าสุดท้ายของแชมเปี้ยนส์ ลีก เป็น อาร์เซน่อล

prem-top-four_2802799b

FA Cup draw

article-2582550-1C5CAF3500000578-910_634x616

บทสรุปของ Bloomberg Sports ที่คาดการณ์เอาไว้กับพรีเมียร์ ลีก ซีซั่นนี้

เครดิต http://sport.mthai.com/sport-variety/196409.html